หน้าหลัก พรีวิว แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล วันเสาร์ที่ 10 มี.ค. 2561
manu-liverpool

พรีวิว แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล วันเสาร์ที่ 10 มี.ค. 2561

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ลิเวอร์พูล
สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
วันเสาร์ที่ 10 มี.ค. 2561 เวลา 19.30 น.

manu vs liverpool

สถิติ 5 นัดหลังสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
พรีเมียร์ลีก – แพ้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-1 (เยือน)
เอฟเอ คัพ – ชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 2-0 (เยือน)
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก – เสมอ เซบีย่า 0-0 (เยือน)
พรีเมียร์ลีก – ขนะ เชลซี 2-1 (เหย้า)
พรีเมียร์ลีก – ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-2 (เยือน)
สถิติ 5 นัดหลังสุด ลิเวอร์พูล
พรีเมียร์ลีก – ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 (เยือน)
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก – ชนะ เอฟซี ปอร์โต้ 5-0 (เยือน)
พรีเมียร์ลีก – ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-1 (เหย้า)
พรีเมียร์ลีก – ชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0 (เหย้า)
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก – เสมอ เอฟซี ปอร์โต้ 0-0 (เหย้า)

manunited

สภาพความพร้อม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : หลังจากที่ถูกติดแบรนด์ให้เป็น “รถบัส” มานานหลายเดือน แต่แล้วในที่สุด “ปีศาจแดง” ก็สำแดงเดชด้วยการรัวทีเดียว 3 เม็ด ยิงแซงโค่น คริสตัล พาเลซ ไปแบบสะเด่า 3-2 ,เร้าใจสุดติ่งยิ่งกว่าหนังแอ็กชั่น-ดราม่า ใดๆ ในช่วงนี้ โดยในส่วนของขุมกำลัง โชเซ่ มูรินโญ่ น่าจะถึงเวลาตัดสินใจส่ง เอริค ไบยี่ ลงตัวจริงแบบเต็มๆ เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนเสียที หลังในช่วงที่ผ่านมา มักเลือกใส่ชื่อเป็นแค่สำรองนับตั้งแต่หายเจ็บ โดยจะเล่นร่วมกับ คริส สมอลลิ่ง ขณะที่ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ อาจยังนุ่มนิ่มเกินไปสำหรับ “บิ๊กแมตช์สไตล์นักเลง” ที่เน้นเกมเข้าปะทะหนักๆ แบบนี้ ส่วนแดนกลางจะยังยึดชุดเดิมทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ เนมานย่า มาติช , ปอล ป๊อกบา และเจ้าหนู สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่แก่แดด โชว์ฟอร์มซิ่ง! เล่นได้ดีวันดีคืน ซึ่งจะทำให้ตัวที่เพิ่งหายเดี้ยงอย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า ต้องแช่ตูดนั่งสำรองไปก่อน ส่วนเกมรุกนั้น โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชซ คือ 2 ตัวที่จับจองพื้นที่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาก็คือ “คุณน้องหน้าตาย” อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ดันเจ็บมาจากเกมซัด “ปราสาทเรือนแก้ว” ฉะนั้น ปีกขวาจะเป็นการแย่งชิงกันระหว่าง เจสซี่ ลินการ์ด และ ฆวน มาต้า ซึ่งดูแล้วรายแรกน่าจะมีภาษีได้ลุ้นลงมากกว่า
11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา , คริส สมอลลิ่ง , เอริค ไบยี่ , แอชลี่ย์ ยัง , อันโตนิโอ วาเลนเซีย , ปอล ป๊อกบา , เนมานย่า มาติช , สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ , เจสซี่ ลินการ์ด , อเล็กซิส ซานเชซ , โรเมลู ลูกากู

ลิเวอร์พูล : เป็นช่วงเวลาที่เดินกร่างได้ทั่วทุกสารทิศ สำหรับพลพรรค “หงส์แดง” หลังล่าสุด จัดขุนพลสำรองเกือบครึ่งทีมลงไปเหลาแข้งกับ ปอร์โต้ ก่อนที่สุดท้ายจะตีตั๋วผ่านเข้ารอบ 8 ทีม แชมเปี้ยนส์ลีก ไปได้แบบชิลๆ โดยในเกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ “เฮฟวี่เมทั่ล” จะเรียกแข้งพระกาฬชุดใหญ่ที่ได้พักในเกมกลางสัปดาห์ กลับมาลงสนามทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ เอ็มเร่ ชาน , เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ , อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน รวมไปถึงปีก “ฟอร์มเทพเจ้า” ชั่วโมงนี้อย่าง โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ คัมแบ็คลงวาดลวดลายอย่างแน่นอน จะมีก็เพียงแบ็คซ้าย “สายควัน” แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่ต้องเช็คฟิต แต่ก็น่าจะผ่านถูกเข็นลงสนามได้ ขณะที่ตำแหน่งผู้รักษาประตูจะยังคงเป็น ลอริส คาริอุส ลงโชว์หน้าหล่อๆ เฝ้าเสามันยาวๆ แม้ในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก จะเพิ่งลงไปด้วยก็ตาม โดยเชื่อว่าการขับเคี่ยวแย่งตัวจริงที่สูสีที่สุดน่าจะอยู่ที่แดนกลาง เมื่อทั้ง เฮนโด้ , ชาน , เอโอซี , เจมส์ มิลเนอร์ , อดัม ลัลลาน่า และ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลด์ดุม ต่างก็มีจุดเด่นจุดกากที่แตกต่างกัน อยู่ที่ว่า คล็อปป์ จะเลือกใช้แบบไหน โดยมีเพียงแค่ เฮนเดอร์สัน คนเดียวที่ต้องรอเช็คฟิตอีกเล็กน้อย
11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของ ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส , เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ , โจเอล มาติป , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน , เทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , เอ็มเร่ ชาน , อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน , ซาดิโอ มาเน่ , โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ , โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

Liverpool

สถิติที่น่าสนใจ
นี่เป็นการเจอกันในลีกครั้งที่ 170 ของทั้งคู่ โดยเป็น “ปีศาจแดง” คว้าชัยไป 67 ครั้ง และ ลิเวอร์พูล ที่กำชัยไป 55 ครั้ง
4 เกมหลังสุดรวมทุกรายการที่คู่นี้เจอกัน จบลงด้วยผลเสมอทุกนัด
ศึก “แดงเดือด” เคยมีใบแดงเกิดขึ้นถึง 16 ใบ นับตั้งแต่ก่อตั้ง พรีเมียร์ลีก ซึ่งคือสถิติที่เป็นรองเพียงแค่ เมอร์ซี่ไซต์ ดาร์บี้แมตช์ ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ เอฟเวอร์ตัน เท่านั้น (21 ใบ)
6 เกมหลังสุดในศึก “แดงเดือด” นั้น แมนฯ ยู มีค่าเฉลี่ยยิงประตูได้ไม่ถึง 2.5 ลูก
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยู เพิ่งแพ้คาบ้านในซีซั่นนี้ไปเพียงแค่ 1 เกมเท่านั้น ซึ่งคือการแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
มูรินโญ่ คุมทีมเอาชนะทีมของ คล็อปป์ ได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในการเจอกันทั้งหมด 8 ครั้ง
โรเมลู ลูกากู ยิงไปแล้ว 99 ประตู นับตั้งแต่เล่น พรีเมียร์ลีก ขาดอีกแค่ 1 ลูกจะครบร้อย
ลูกากู ยิง 4 ประตู จากการลงเล่นให้ แมนฯ ยู 4 นัดหลังสุด
ลิเวอร์พูล กำลังท๊อปฟอร์มสุดๆ ณ เวลานี้ โดยแพ้แค่นัดเดียวในเกมลีก 20 นัดหลังสุด
ลิเวอร์พูล ยิงไปตอนนี้ถึง 34 ประตู จากการเล่นเกมเยือนในลีก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดติด 5 อันดับแรกของทวีปยุโรปซีซั่นนี้
3 นัดหลังสุดที่ ลิเวอร์พูล เล่นเกมเยือน พวกเขาหวดไปกระจุย 10 ลูก
โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ยิงมา 5 นัดซ้อนใน พรีเมียร์ลีก

ความน่าจะเป็นของเกม : ทุกคนกังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า แมนฯ ยู ชุดนี้ของ มูรินโญ่ จะมาตั้งรับแท็คติกรถบัสใส่ “หงส์แดง” ก่อนจบเกมไปแบบง่วงๆ ดั่ง “ยาสลบช้าง” เหมือนนัดแรกอีกหรือเปล่า ? แต่ก็เชื่อเหลือเกินว่าด้วยศักดิ์ศรีย์ของการเฝ้าบ้าน พวกเขามีโอกาสจะพยายามเดินหน้ารุกใส่ทีมเยือนมากขึ้น ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส! เนื่องจากกองหลังของ “เร้ด แมชชีน” นั้นพร้อมโดนเปิดบริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แมนฯ ยู ก็จะประมาทไม่ได้แม้พริบตาเดียว มิเช่นนั้นอาจโดนทีเด็ดเกมรุกสายฟ้าแล่บของ ลิเวอร์พูล เข้าเล่นงานได้ทุกเมื่อ….รวมๆ แล้ว นี่น่าจะเป็น “แดงเดือด” ที่กลับมาสนุกเร้าใจได้อีกครั้ง และผลเสมอแบบมีสกอร์ ก็ดูจะเป็นมุมที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด

manunited

สกอร์ที่คาด : แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2

  • Call Center

    08888-19399 Acebet99.Thai
  • สมัครสมาชิก


    เรายินดีรับฟังข้อคิดเห็นและคำถาม

    *ต้องกรอกข้อมูลในช่องนี้.






  • บทความพนัน

  • บทความฟุตบอล